หน้าแรก เทคโนโลยี บทความไอที มาดูรายได้ FreeTV ปี 2557-2559 ในการแข่งขันในสมรภูมิ “ดิจิทัลทีวีไทย” ใครจะเป็นผู้อยู่รอด?

มาดูรายได้ FreeTV ปี 2557-2559 ในการแข่งขันในสมรภูมิ “ดิจิทัลทีวีไทย” ใครจะเป็นผู้อยู่รอด?

0
142
ดิจิทัลทีวี

เกือบ ๆ  3 ปี มาแล้วที่วงการฟรีทีวีบ้านเราเข้าสู่ระบบดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งในการประมูลทีวี 24 ช่อง ที่มีมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท ก็มาพร้อมกับความหวังของคนในสังคมว่า ต่อจากนี้เราจะมีรายการทีวีดีๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเนื้อหาที่หลากหลายและมีคุณภาพ เกิดขึ้นอีกมากมายซึ่งถือว่าเป็นข้อดี

แต่ในความเป็นจริงอันแสนโหดร้าย เส้นทางของธุรกิจทีวีดิจิทัลในประเทศไทยก็ไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบเสมอ สถานีโทรทัศน์ทุกช่องต้องแบกรับภาระทางการเงินอันหนักอึ้ง บางรายสู้ไม่ไหวก็ถึงกับโบกมือลากันไปตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว ยิ่งถ้าเรามาดูที่ตัวเลขรายได้ย้อนหลัง 3 ปีของสถานีโทรทัศน์แต่ละช่องก็จะสามารถเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งแทบทุกรายจะเจอกับปัญหาการขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง อย่างปีล่าสุดนี้ก็มีเพียงช่อง 7 และ Workpoint เท่านั้นที่ได้กำไรทางธุรกิจ

กลายเป็นคำถามที่ว่า “กำลังเกิดอะไรขึ้นกับทีวีดิจิทัลไทย?”

ผู้เชียวชาญหลายคนวิเคราะห์ว่า ทีวีดิจิทัลไทยกำลังเจอปัญหา ‘Over Supply’ หรืออุปทานส่วนเกินอย่างหนัก เพราะช่องรายการทีวีมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมากเกินไป จากเดิมที่มีเพียง 4 ช่องได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 20 ช่อง ทำให้เม็ดเงินโฆษณากระจายไปตามช่องต่าง ๆมากขึ้น แต่รายได้ที่แต่ละช่องเคยมีก็ลดลงกันอย่างเห็นได้ชัดเจนเช่นกัน นี้เรายังไม่นับรวมสภาพเศรษฐกิจของบ้านเราที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำให้เอเจนซี่หรือลูกค้าฝั่งธุรกิจรายหลายต้องลดทั้งปริมาณและค่าโฆษณาลงตามไปด้วย จึงทำให้เห็นปรากฏการณ์ ‘เรทติ้งดี แต่โฆษณาไม่เข้า’ กันถมไป

หลายช่องยังทุ่มทุนกับการสร้างคอนเทนต์เอาใจคนดูกันแบบบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีการผลิต การสร้างเนื้อหารายการในรูปแบบใหม่ๆ หรือซื้อลิขสิทธิ์มาจากต่างชาติ และผลิตขึ้นมาด้วยตัวเอง แน่นอนว่าการลงทุนในด้านนี้ก็ช่วยเพิ่มรายจ่ายให้กับสถานีเป็นเงาตามตัวเช่นกัน

แม้ว่าบางรายจะเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว สามารถปรับตัวเข้ากับภาวะเช่นนี้ได้แล้ว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการปรับเปลี่ยนองค์กรกันขนานใหญ่เพื่อลดต้นทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะการปลดพนักงานหลายตำแหน่งเพื่อลดค่าใช้จ่าย (หรือในบางกรณีคือเปิดโอกาสให้ลาออกโดยสมัครใจ) ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารก็หันมาใช้นโยบายรัดเข็มขัดกันมากขึ้น ตัดรายจ่ายที่เห็นว่าไม่จำเป็นออก เช่น สวัสดิการต่างๆ ที่พนักงานเคยได้ทิ้งไป เพื่อต่อลมหายใจของบริษัท

หลังจากนี้คงต้องติดตามกันว่า ทีวีดิจิทัลแต่ละช่องจะหาทางเดินต่อกันไปอย่างไร ท่ามกลางความคาดหวังของผู้ชมว่า ‘คุณภาพของเนื้อหา’ จะไม่หายไปพร้อมกับรายได้ที่ลดลง

ดิจิทัลทีวี

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.naewna.com/entertain/281387

https://www.isranews.org/isranews-article/50197-sine-2560.html


สนับสนุนเนื้อหา



เรียบเรียงเนื้อหา

โหลดเพิ่ม
โหลด บทความไอที

แสดงความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.