หน้าแรก เกร็ดความรู้ สาระ Kaspersky เปิดตัวเว็บไซต์ที่จะทำให้เราสามารถมองเห็นโลกในอนาคตได้แบบ 360 องศา

Kaspersky เปิดตัวเว็บไซต์ที่จะทำให้เราสามารถมองเห็นโลกในอนาคตได้แบบ 360 องศา

0
102

โลกจะเป็นอย่างไรในอีก 10 ปี 20 ปี และ 30 ปีข้างหน้า

Kaspersky บริษัทที่พัฒนาเกี่ยวกับโปรแกรมแอนติไวรัส ได้สร้างแผนที่โลกบนหน้าเว็บ Earth 2050 ขึ้นเพื่อให้เหล่าบรรดานักอนาคตวิทยา นักออกแบบ สถาปนิก วิศวกร หรือว่าคนทั่วไป ได้เข้าไปทำนายกันว่าในอนาคตข้างหน้าโลกเราจะเป็นอย่างไร โดย Kaspersky ได้รวบรวม คัดสรร และสังเคราะห์คำทำนายที่มีพื้นฐานอ้างอิงจากข้อมูลด้านต่างๆ รวมถึงสามารถส่งภาพประกอบ 360 องศาที่เข้าไปประกอบคำพยากรณ์ได้ ส่วนใครที่เข้าไปอ่านก็ยังสามารถโหวตและแสดงความคิดเห็นต่อคำทำนายนั้นๆ ลองมาดูตัวอย่างโลกในอนาคตกัน

2030

CANBERRA, AUSTRALIA: 80% ของนักศึกษาจะเรียนผ่านมหาวิทยาลัยออนไลน์ สามารถสอบเข้าคณะไหน มหาวิทยาลัยอะไร ในประเทศใดก็ได้ จะเลือกเรียนเอาปริญญากี่ใบก็ได้ อาจารย์ก็ไม่ต้องสอนเรื่องเดิมซ้ำๆ เพราะอัดเทปได้ แต่จะเพิ่มเติมเรื่องการสัมมนาออนไลน์แทน พ่อแม่ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะไม่มีสังคม เพราะนักศึกษาก็สามารถแฮงก์เอาท์กันผ่าน VR ได้ มหาวิทยาลัยแบบเดิมจะคิดค่าเรียนแพงมาก และเป็นที่สำหรับปัญญาชนชั้นสูงเท่านั้น
ลิงก์: https://2050.earth/map/?location_id=15#/modal/brief/30

SHANGHAI, CHINA: สาวๆ จะไม่ต้องเจอปัญหาเลือกชุดไม่ได้ ไม่รู้จะใส่อะไร ไม่มีเวลาไปช้อปปิ้ง หรือไม่มีพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าอีกต่อไป เพราะจะมีการพัฒนาสเปรย์ฉีดชุด สำหรับสร้างชุดสวยๆ ตามรสนิยมของแต่ละคน ให้ฉีดชุดมาใส่ได้ไม่ซ้ำวัน
ลิงก์: https://2050.earth/brief/?brief_id=10

CAIRO, EGYPT: ปิรามิดที่ Giza จะถูกแปลงร่างให้เป็น Bio-pyramid ด้วยการสร้างโดมใสครอบ แล้วสร้างระบบนิเวศขึ้นในนั้น ทะเลทรายจะกลายเป็นพื้นที่สีเขียว และจะมีพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอยู่ในอาณาจักรนี้
ลิงก์: https://2050.earth/#/modal/brief/116

2040

NEW-YORK, USA: เพื่อเพิ่มเติมคุณภาพชีวิตให้กับคน วงการวิศวกรรมจะคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดการรบกวนในเวลากลางคืน ไม่ว่าจะเป็นเสียง แสง หรือบรรยากาศ ในขณะที่วงการสถาปัตยกรรมจะใช้วัสดุและการออกแบบใหม่ๆ เพื่อช่วยป้องกันการรบกวนเหล่านั้น การลดการรบกวนนี้ จะช่วยให้คนใช้เวลานอนน้อยลง คือ 5.5 ชั่วโมงก็ถือว่าพอแล้วสำหรับคนปกติ (แต่การตัดต่อทางพันธุกรรมซึ่งตอนนั้นน่าจะทำเป็นปกติก็มีส่วนช่วยด้วย)
ลิงก์: https://2050.earth/brief/?brief_id=152#/modal/brief/58

MILAN, ITALY: เสื้อผ้าแบบ Dynamic กำลังจะมาแย่งพื้นที่บนรันเวย์ เมื่อผู้ใส่สามารถเปลี่ยนสี แบบ ความยาว และลวดลาย เมื่อไหร่ก็ได้ดังต้องการ เราสามารถตั้งโปรแกรมเปลี่ยนเสื้อเองก็ได้ หรืออยากให้สไตลิสต์เป็นคนแนะนำก็ดี
ลิงก์: https://2050.earth/#/modal/brief/179

TOKYO, JAPAN: อย่าคิดว่าจะทำผิดแล้วหนีไปง่ายๆ ผู้คุมกฎหมายจะสามารถตามตัวเราได้หากเราไปร่วมสุมหัววางแผนร้ายหรือก่อความรุนแรงในการชุม ด้วยเซ็นเซอร์ขนาดเล็กที่พ่นใส่ฝูงชน แล้วจะติดตามผิวหนังและเสื้อผ้า
ลิงก์: https://2050.earth/map/?location_id=22#/modal/brief/68

2050

CHICAGO, USA: ขอต้อนรับสู่การปกครองระบอบ Cyberocracy ระบบการปกครองที่การดำเนินการสิ่งต่างๆ นั้นมาจากการตัดสินใจร่วมกันของ AI และ มนุษย์ เครื่องจักรจะเป็นเป็นผู้กำหนดผู้รับผิดชอบงานเพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่น เป็นผู้ตัดสินว่าจะเริ่มหรือจะเลิกโปรเจคไหนๆ และหาวิธีที่ทำให้ได้ผลผลิตสูงสุดในการผลิต สถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์ และระบบสุขภาพที่ดีที่สุด ส่วนมนุษย์นั้นจะแบ่งเป็นสองชนชั้นคือ พลเรือน (civilian) กับพลเมือง (citizen) คนที่เป็นพลเรือนคือแค่ใช้ชีวิตไปโดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมสาธารณะ ส่วนพลเมืองจะมีศักดิ์และสิทธิ์มากกว่า ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและมีอำนาจในการตัดสินใจในบางเรื่องอย่างเช่น งบที่จะใช้ในการป้องกันประเทศ การสร้างสะพานและถนน หรือการพัฒนายานอวกาศเพื่อเดินทางระหว่างดวงดาว โดยจะมีนักวิเคราะห์ (ซึ่งก็เป็นหุ่นยนต์) ช่วยคำนวณการตัดสินใจที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์
ลิงก์: https://2050.earth/map/?location_id=101#/modal/brief/201

CHICAGO, USA: ภาวะหลับและความฝันจะได้รับการศึกษาจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ และทำให้เราสามารถควบคุมความฝันได้ เราสามารถที่จะดูหนัง อ่านหนังสือ หรือไปเที่ยวไหนต่อไหนผ่านการฝันได้ แต่ก็จะมีคนสร้างมัลแวร์แทรกโฆษณาใส่เข้าไปในความฝันของเรา และนั่นก็มีผลต่อการตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยเมื่อเราตื่นขึ้นมาเสียด้วย
ลิงก์: https://2050.earth/brief/?brief_id=167

TOKYO, JAPAN: จะมีร้านอัพเกรดมนุษย์เกิดขึ้น ให้เราเข้าไปเลือกอัพเลเวลสิ่งต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกาย ความว่องไว ความอดทน ความเร็วของปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ความสามารถในการเชื่อต่อกับสิ่งที่เป็น IoT พัฒนาการมองเห็นในสภาวะต่างๆ หรือความสามารถในการหายใจใต้น้ำ ที่สำคัญคือ อัพเกรดสมองให้ฉลาดขึ้น ความจำดีขึ้น และความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นได้ด้วย และนั่นอาจจะเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของการวิวัฒนาการ
ลิงก์: https://2050.earth/map/?location_id=22#/modal/brief/172

SEOUL, SOUTH KOREA: เราอาจจะตาย แต่เราจะไม่ตาย หมายความว่า เราสามารถอัพโหลดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ตลอดชีวิตของเราไว้ในอินเทอร์เน็ตได้ แต่ก็ต้องระวังโดนแฮ็กการเรียกค่าไถ่เพื่อขโมยจิตวิญญานไว้เหมือนกัน
ลิงก์: https://2050.earth/#/modal/brief/181

LISBON, PORTUGAL: ขณะที่เมืองอื่นๆ ดูจะหันหน้าหา AI ลิสบอนกลับได้รับการพยากรณ์ว่าจะเป็นเมืองปลอดคอมพิวเตอร์ (computer-free) เนื่องจากชาวเมืองรู้สึกว่าเทคโนโลยีนี้เป็นภัย เป็นจอมบงการ และสร้างความไม่มั่นคงต่อมวลมนุษยชาติ จึงเกิดการจำกัดโซนปลอดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ขึ้นในเมือง ในขณะที่ของทำมือที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ กลับเป็นของหายากที่มีค่าและแพงมาก
ลิงก์: https://2050.earth/#/modal/brief/196

จากคำพยากรณ์ที่ปรากฏ ก็มีหลายความเห็นชวนให้เราตั้งคำถามว่า อะไรๆ ที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้ มันดีต่อโลก ต่ออนาคตของเราไหม? การพัฒนาที่หลากหลายจะพาโลกเรามุ่งหน้าสู่ดิสโทเปียรึเปล่า? อย่างไรก็ตาม Kaspersky ก็บอกว่า Earth 2050 ที่พวกเขาสร้างขึ้น เป็นเพียงแค่การประกอบแนวคิดจากคนหลายคนทั่วโลก แต่ไม่ได้กำหนดว่าอนาคตจริงๆ แล้วจะเป็นแบบใด มันเป็นโอกาสที่ดีที่ศาสตร์และศิลป์ นักฝันและนักประดิษฐ์ ได้มารวมตัวกันเพื่อคาดการณ์อนาคต และช่วยกันระแวดระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นกับโลกของเรา

โปรเจค Earth 2050 นี้ยังคงดำเนินอยู่ และยังมีหลายเมืองที่ยังไม่ได้รับการพยากรณ์ รวมถึงเมืองไทยของเราด้วย ใครสนใจสำรวจโลกในอนาคตก็ลองกดเข้าดูไปเล่น หรือลองส่งคำพยากรณ์กันได้ที่ 2050.earth



เรียบเรียงเนื้อหา

สนับสนุนเนื้อหา

โหลดเพิ่ม
โหลด สาระ

แสดงความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.